อีสานบ้านเฮา
November 15th, 2011 § Leave a Comment
เคยคิดไว้เล่นๆว่าอยากมาแบคแพคคนเดียวก่อนอายุ25 แล้ววันนี้ฝันก็เป็นจริง ![]()
ทริปที่เลือกก็คือ”อีสาน” เพราะอะไรหนะหรอ ไม่รู้เหมือนกัน555 ความจริงวางแผนว่าจะเที่ยว1ทริป(หรืออาจจะมากกว่านั้น)ช่วงปลายปี โดยที่ขอตั้งเป้ากับตัวเอง2ข้อว่า ขอแบคแพคคนเดียว และขอไปในที่ที่ไม่เคยไป
ทริปนี้คิดง่ายมาก แค่อยากมาเจอคนที่เราอยากเจอ รู้ว่าจะไปไหนและเจอใคร แต่ไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง
ไม่หวังอะไรเลย ขอหยิบหนังสือมา2เล่ม โปสการ์ด และไอแพต แค่นี้อยู่ได้ละ
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มาอีสาน เลือกที่แรกที่จะไปคือไปหาพี่หนิง
พี่หนิง คือพี่เลี้ยงที่เลี้ยงแพรมาตั้งแต่5ขวบ จนถึงเข้าปี1 พี่หนิงก็เหมือนเป็นแม่ของแพรอีกคนเลยก็ว่าได้ รู้ว่าจะไปหาพี่หนิง รู้ว่าอยู่สารคาม รู้ว่าต้องซื้อตั๋วช่องไหนที่หมอชิต นี่คือทั้งหมดที่รู้ 5555
ว่าแล้วก็ขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิต รอบ3ทุ่มครึ่ง ถามพี่คนเก็บตั๋วว่าจะถึงประมาณกี่โมงหรอคะ เค้าตอบว่าช่วงนี้น้ำท่วมตอบไม่ได้หรอกน้อง อ่าว พี่ตอบไม่ได้แล้วหนูต้องให้ใครตอบอะ?
อ่ะๆ ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ พี่หนิงบอกมาว่า ถึงจุดพักรถให้โทรหาพี่หนิง อีกประมาณ2ชั่วโมงจะถึง….โอเค
ในที่สุดก็ถึงจุดพักรถ เราก็สะลึมสลือตื่นมาดูนาฬิกา ตี2 โหเช้าไปมั๊ยเนี่ย ถึงที่พุทไธสง จังหวัดมหาสารคามตอนตี4 ลงรถก็เจอพี่หนิง และครอบครัวมายืนรอรับ
พอมาถึงบ้านพี่หนิงก็เห็นว่ามีศาลายกสูงและมีเปลนอนอยู่ข้างใน คิดในใจว่าวันนี้ขอยึด555 แล้ววันนี้ก็ยึดจริงๆ วันนี้ใช้เวลาครึ่งวันอยู่ในศาลานั้น หยิบไอพอตมาต่อลำโพงรีแพร แล้วก็อยู่ในนั้นแหละ คนเดินผ่านไปผ่านมาก็แวะทัก บ้านพี่หนิงเลี้ยงสัตว์เยอะมาก ทั้งหมา วัว เป็ด ไก่ กบ นกเขา และสุดท้ายชอบมากคือหมูน้อย
เอ่อคนที่นี่น่ารักมาก ไม่มีใครพูดภาษากลางเลย555 ทุกคนว่าวอีสานเม็ดเลย
สายๆพี่หนิงชวนเดินไปดูยายใกล้บ้านทอเสื่อ ไปถึงก็นั่งคุยกับยายแล้วก็ถามยายไปเรื่อยๆว่าวันนึงยายทำได้กี่ผืน ยายบอกว่าก็ประมาณผืน2ผืน ก็เลยถามต่อว่าแล้วยายขายผืนละเท่าไหร่คะ ยายตอบว่า โอ๊ยหนูอันนี้ยายก็ทำไว้ใช้เอง แล้วถ้าใครอยากได้มาขอยาย ยายก็ทอให้ ไม่เอาตังหรอก เอ่อชอบอะ คือเราแค่ทำในสิ่งที่เราอยากทำ เราถนัด แล้วใครอยากได้ก็ให้ไป ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความสุขที่ยายมีเลยอะ
บ่ายๆก็ไปเดินดูทุ่งนา เดินไปเรื่อยๆตามคันนา ช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวกำลังออกรวงสวยเลย เดินไปถ่ายรูปไป ลมก็พัดไป เสียงต้นข้าวที่กระทบกัน กับเสียงลม มันเป็นเสียงที่ธรรมดา แต่เรายืนฟังอยู่ซักพักเลย พร้อมกับหายใจลึกๆ มีความสุขจัง
ตอนเย็นๆทุกคนแถวนี้ต้องไปตลาดกัน เพราะตลาดของอำเภอนี้จะมีแค่วันพุธเท่านั้น เป็นโชคดีของแพรที่วันนี้คือวันพุธ ![]()
พอไปถึงก็เห็นสไลเดอร์เป่าลมอันใหญ่ที่รับรองได้ว่าเด็กในอำเภอนี้ที่อายุต่ำกว่า10ขวบเกือบทุกคนต้องมาเล่น เด็กเยอะมากกกในนั้น เดินไปก็มีเสียงประกาศว่า สไลเดอร์ของเราพิเศษคือมีไดโนเสาร์และก้านกล้วย เอ่ออออฟังแล้วก็คิดในใจว่านี่หรอพิเศษของพี่? พร้อมกับมองหาว่า ตัวไหนคือไดโนเสาร์วะ555 พอฟังอย่างนี้แล้วก็กลับมาคิดนะว่าที่นี่การที่มีแค่ไดโนเสาร์กับก้านกล้วยก็พิเศษแล้ว ทั้งที่ที่กรุงเทพ แทบจะทุกฟู๊ดคอร์ดของโลตัสก็มีถือว่าธรรมดามาก อืม คิดกลับกัน ถ้าเราลองมองเรื่องธรรมดาในทุกวันของเราให้เป็นเรื่องพิเศษหละ ชีวิตในทุกวันของคนกรุงเทพอย่างเราจะมีความสุขขนาดไหน?
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขกับการที่ไม่ได้ทำอะไรที่หวือหวาเลย เป็นแค่อีกหนึ่งวันธรรมดาที่แสนพิเศษของแพรอีกหนึ่งวัน ที่แค่วันแรกแพรก็เริ่มรับรู้ถึงเสน่ห์ที่น่ารักของที่นี่ บอกตรงๆว่าเริ่มหลงรักอีสานเข้าให้แล้วแหละ
พุธที่ 2 พฤศจิกายน 2554 10.23pm.
